Home | Contact Us

sea03.gif

 

  :::        หน้าหลัก      :::    โรคมะเร็ง     :::   โรคเอดส์    :::    โรคตา    :::            โรคความดัน        ::: โรคผิวหนัง : โรคเบาหวาน

 

 

 :::     โรคระบบหายใจ    :::      ระบบทางเดินอาหาร      :::      ระบบทางเดินปัสสาวะ           :::            กระดูกและข้อ          :::     :::

 

sea03.gif

 

 

: สุขภาพ วัย :
เด็ก
วัยรุ่น
สตรีตั้งครรภ
สตรีทั่วไป
เพศชาย
ผู้สูงอาย
HEALTH ทั่วไป
สุขภาพทั่วไป
อาการเจ็บป่วย
โภชนาการ
อาหารเพื่อผู้บริโภค
การออกกำลังกาย
การควบคุมน้ำหนักตัว
ยาเสพติด
ความปลอดภัย
การปฐมพยาบาล
กรณีฉุกเฉิน
แผลเลือดออก
แผลจากความร้อน
ฟกช้ำ
ไฟฟ้าช๊อต
บาดเจ็บที่ศรีษะ
เมื่อหน้ามืด/เป็นลม
เพลียแดด/เป็นลมแดด
ของติดคอ
ท้องเสีย
ตะคริว
งูกัด
ข้่อแพลง
ผึงต่อย
เลือดกำเดาออก
กระดูกหัก
อวัยวะถูกตัดขาด
โรคลมชัก
คนจมน้ำ
 
HEALTH ระบบ
โรคเบาหวาน
โรคหัวใจ
โรคมะเร็ง
โรคเอดส์
ระบบทางเดินหายใจ
ระบบทางเดินอาหาร
ระบบทางเดินปัสสาวะ
กระดูกและข้อ
สุขภาพเท้า
ผิวหนัง
หู คอ จมูก
ตา
ฟัน
สุขภาพจิต

 

 

     

ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว

สิว (acne) มักเป็นในวัยรุ่น แต่บางครั้งเลยวัยรุ่นไปแล้วก็อาจเป็นได้ วัยรุ่นชายมีปัญหาเรื่องสิวมากกว่าวัยรุ่นหญิง ในขณะที่วัยรุ่นหญิงในช่วงมีประจำเดือนจะพบว่าเกิดสิวได้ง่าย "สิวหัวขาว" เป็นเม็ดนูนเล็กๆ ไม่มีรูเปิด ถ้ามีรูเปิดที่ผิวหนังมองเห็นเป็นจุดดำอยู่ตรงกลางเรียก "สิวหัวดำ" สิวอาจเกิดเป็นตุ่มนูนเล็กๆ แดงๆ อาจเห็นเป็นตุ่มหนอง หรือตุ่มนูนแข็งเม็ดโต หรือตุ่มแดงอักเสบแบบถุงซีสต์ ที่เรียกกันว่า "สิวหัวช้าง" สิวที่สร้างความวิตกกังวลมากที่สุดคือ สิวบริเวณใบหน้า แต่ในบางรายอาจพบมากที่บริเวณลำคอ แผ่นหลัง หน้าอก และลำตัว

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวที่สำคัญมีสี่ประการ (1) ความผิดปกติของเซลล์ในชั้นหนังกำพร้า (2) ปริมาณสารไขมันที่สร้างมาจากต่อมไขมัน (3) เชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อเรียกว่า Propionibacterium acnes (4) ความรุนแรงของปฎิกิริยาอักเสบที่เกิดขึ้น

ความผิดปกติของเซลล์ในชั้นหนังกำพร้า เวลาที่เกิดสิวขึ้นพบว่าเซลล์ในชั้นหนังกำพร้าจะมีการมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนมากผิดปกติ และลอกหลุดง่ายกว่าปกติ จากการศึกษาวิจัยระยะหลังๆ นี้ พบว่าความผิดปกติดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องมาจาก โปรตีนสองชนิดที่ร่างกายผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก โปรตีนทั้งสองชนิดเป็นสารเคอราติน มีชื่อเรียกว่า keratin 6 และ keratin 12 ความสำคัญและบทบาทของโปรตีนทั้งสองชนิดนี้ กำลังได้รับความสนใจและนำมาศึกษาวิจัยในห้องปฎิบัติการอย่างกว้างขวาง และมียาใหม่ที่อยู่ในขั้นทดลองหลายชนิดด้วยกัน

ปัจจัยที่สองเกี่ยวข้องกับไขมันที่สร้างมาจากต่อมไขมัน (sebum) การอักเสบของต่อมสร้างไขมัน บริเวณของรูขุมขนที่มีอยู่ทั่วไปตามผิวหนังของคนเรา เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสิว ต่อมสร้างไขมันบริเวณรูขุมขนนี้ มีหน้าที่สร้างไขมันมาหล่อเลี้ยงผิวหนัง ทำให้ผิวหนังไม่แห้ง มีความชุ่มชื้น บางครั้งมีการสร้างไขมันมากเกินไป ทำให้คั่งค้างอยู่ในรูขุมขนและเกิดการอักเสบ ต่อมาเมื่อเชื้อแบคทีเรียเข้ามา จะทำให้เกิดการติดเชื้อเป็นหัวสิว หรือตุ่มหนอง จากการศึกษาพบว่าปริมาณของไขมันเกี่ยวข้องโดยตรงกับความรุนแรงของสิว

การสร้างไขมันขึ้นกับฮอร์โมนแอนโดรเจนและเอสโตรเจน แอนโดรเจนหรือฮอร์โมนเพศชายกระตุ้นให้มีการสร้างไขมัน โดยกระตุ้นเซลล์ที่เรียกว่า "ซีโบซัยท์" (sebocyte) ในขณะที่เอสโตรเจนหรือฮอร์โมนเพศหญิงยับยั้งการสร้างไขมัน เหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากเซลล์สร้างไขมันมีโปรตีนตัวรับแอนโดรเจนอยู่ในนิวเคลียส ความไวของโปรตีนตัวรับจึงเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ผู้ป่วยบางรายเกิดสิวที่รุนแรงมากกว่าคนทั่วไป และมักจะรักษาไม่ค่อยได้ผลเท่าใดนัก เหตุที่สิวมักเกิดในวัยรุ่น เนื่องจากในวัยนี้จะมีระดับฮอร์โมนเพศสูง ทำให้กระตุ้นต่อมสร้างไขมันบริเวณขุมขนให้ผลิตไขมันออกมามากขึ้น ซึ่งทำให้มีโอกาสเกิดสิวได้มากยิ่งขึ้น เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดน้อยลงในช่วงท้ายๆ ของวัยรุ่น หรือในช่วงอายุ 20 ปีเศษ

ปัจจัยที่สามเกี่ยวข้องกับเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อเรียกว่า Propionibacterium acnes หรือ P. acnes ในระยะแรกที่เริ่มเกิดหัวสิวมักจะตรวจไม่พบเชื้อนี้ แต่ในระยะท้ายๆ หรือระยะที่มีการอักเสบจะตรวจพบเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ได้ทุกราย เดิมทีเดียวเรายังไม่ทราบแน่ชัดว่าเชื้อแบคทีเรีย P. acnes ทำให้เกิดสิวได้อย่างไร แต่ผลการศึกษาวิจัยระยะหลังมานี้ เพิ่งจะพบว่าเชื้อแบคทีเรียกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวสองชนิดคือ โมโนซัยท์และนิวโตรฟิล ให้หลั่งโปรตีนสามชนิด IL-12, IL-8, และ TNF เป็นต้นเหตุให้เกิดการอักเสบขึ้น นอกจากนี้แต่ละคนยังมีความไวต่อเชื้อแบคทีเรีย P. acnes ไม่เหมือนกัน คนที่ไวมากจะเกิดโรคที่มีความรุนแรงมาก การรักษาสิวโดยใช้ยาปฎิชีวนะจึงไม่ได้ผลดีในผู้ป่วยทุกราย แนวความคิดที่ว่าเป็นสิวแล้วต้องกินยาปฎิชีวนะทุกครั้งจึงไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องในปัจจุบัน

ปัจจัยสุดท้ายเกี่ยวข้องกับปฎิกิริยาอักเสบที่เกิดขึ้น ความรุนแรงของสิวแต่ละคนแตกต่างกันไป บางรายเป็นมาก บางรายเป็นน้อย ขบวนการอักเสบจะกำเริบได้ในช่วงมีความเครียด เช่น อดนอน หรือในผู้หญิงช่วงใกล้มีประจำเดือน นอกจากนี้การบีบแกะสิวจะกระทบกระเทือนและนำเชื้อโรคเกิดการอักเสบมากขึ้น และมีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นเมื่อสิวหายแล้ว และที่พบได้บ่อยๆ อีกประการหนึ่ง คือ ยาบางอย่าง เช่น ยาที่มีสเตียรอยด์ผสมอยู่ หรือยาป้องกันการชักบางชนิด ก็ทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน การรับประทานยาที่ได้รับมาหรือซื้อหามาเองต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ หากยานั้นมีสเตียรอยด์อยู่ด้วยจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้

 

ด้วยรัก...และความปรารถนาดีจาก
โรงพยาบาลหางดง